สามารถเลือกหลักสูตรให้เหมาะสมกับความต้องการและความสามารถของผู้เรียน |
| ทางโรงเรียนได้จัดหลักสูตรไว้ 4 หลักสูตรด้วยกันโดยพิจารณาจากผลการทดสอบทางภาษาและความต้องการของผู้เรียนเป็นหลัก |
| 1. หลักสูตรภาษาญี่ปุ่น (หลักสูตรเร่งรัด2) ... เน้นศึกษาภาษาญี่ปุ่นเป็นหลัก |
ปีที่ 1 ในภาคเรียนแรกจะมุ่งเน้นในการเรียนภาษาญี่ปุ่นเป็นหลัก |
ปีที่ 2 เลื่อนชั้นสู่หลักสูตรเร่งรัด2 หรือผู้เรียนสามารถเลือกเรียนหลักสูตรอื่นได้ตามความสามารถ เช่นเข้าเรียนหลักสูตรเร่งรัด1 เข้าเรียนหลักสูตร
ภาษาอังกฤษ (ปี2) หรือเลือกเข้าเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษหรือภาษาจีนแบบเข้มข้นตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 (จะใช้เวลาเรียน 3 ปี รวมระยะ
เวลาที่เรียนที่โรงเรียนทั้งสิ้น 4 ปี) |
ปีที่ 3 จะเป็นการเรียนต่อเนื่องจากปีที่2 ตามสาขาวิชาที่ผู้เรียนเลือกและผู้เรียนจะมีฐานะเทียบเท่ากับนักเรียนชั้นปีที่ 3
*ผู้เรียนสามารถจบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายได้ในระยะเวลา 3 ปีในกรณีที่เลือกหลักสูตรเร่งรัด 2 หรือเร่งรัด 1 |
|
|
2. หลักสูตรภาษาอังกฤษ ... ในปีที่2 จะเน้นไปที่การเรียนรู้ภาษาอังกฤษในประเทศ
เจ้าของภาษา โดยมีเป้าหมายเพื่อที่จะให้ผู้เรียนสามารถพูดได้ 3 ภาษา ผู้ที่จะเข้า
หลักสูตรนี้ได้จะต้องมีความรู้ทางภาษาญี่ปุ่นเทียบเท่าระดับ 2 ซึ่งในปีที่ 2 นักเรียน
จะถูกส่งไปเรียนที่โรงเรียนประเทศแคนาดา ออสเตรเลีย ฯลฯ ซึ่งทางโรงเรียนเมโตคุ
มีพันธะสัญญาด้วย เป็นระยะเวลา 10 เดือนสำหรับระยะยาว หรือ 1-3 เดือนสำหรับ
ระยะสั้น |
 |
|
3. หลักสูตรภาษาจีน ... ในปีที่2ผู้เรียนจะได้ไปเรียนภาษาจีนที่ประเทศจีน โดยมีเป้าหมายให้ผู้เรียนมีความชำนาญในการใช้ทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาจีน ผู้ที่จะเข้าหลักสูตรนี้ได้จะต้องมีความรู้ทางภาษาญี่ปุ่นเทียบเท่าระดับ2 ซึ่งในปีที่ 2 นักเรียนจะถูกส่งไปเรียนที่โรงเรียนในประเทศจีนซึ่งทางโรงเรียนเมโตคุมีพันธะสัญญาด้วย เป็นระยะเวลา 10 เดือนสำหรับระยะยาวหรือ1-3เดือนสำหรับระยะสั้น |
|
4. หลักสูตรพิเศษ 1 ...เรียนสายสามัญเพื่อมุ่งเน้นสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงทั้งของภาครัฐและภาคเอกชน ผู้ที่จะเข้าหลักสูตรนี้ได้ต้องมีความรู้ทางภาษาญี่ปุ่นเทียบเท่าระดับ 1 และสามารถเข้าใจภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ในระดับม.ปลายได้ |
|
|
นอกเหนือจากภาษาญี่ปุ่นแล้วผู้เรียนจะได้เรียนรู้หลักสูตรทางด้านวัฒนธรรมด้วย |
1. เรียนรู้วัฒนธรรมของญี่ปุ่น... ทางโรงเรียนได้บรรจุวิชาการจัดดอกไม้แบบญี่ปุ่นไว้ในหลักสูตรการเรียนการสอน |
2. โรงเรียนจะมีกิจกรรมรับน้องนอกสถานที่ (3วัน) ... นักเรียนต่างชาตินอกเหนือจากการมาอยู่ที่ญี่ปุ่นแล้ว นักเรียนจะได้เรียนรู้ถึงวัฒนธรรมการ
ดำเนินชีวิตของคนญี่ปุ่นและได้เรียนรู้ถึงการช่วยเหลือซึ่งกันและกันที่นี่ก็จะทำให้นักเรียนได้ทำความสนิทสนมกับเพื่อนใหม่ได้ดียิ่งขึ้น |
3. มีการทัศนศึกษานอกสถานที่ เช่น ที่โตเกียวหรือโอซากา (3วัน) ...กิจกรรมดังกล่าวเพื่อที่จะให้นักเรียนได้พัฒนาระดับทางภาษาญี่ปุ่นผ่าน
ทางการเรียนรู้ทางด้านวัฒนธรรมผ่าน ทางประสบการณ์จริง |
4 เรียนรู้วัฒนธรรมญี่ปุ่นด้วยตัวเองในช่วงสุดสัปดาห์ ...ในช่วงสุดสัปดาห์ทางโรงเรียนจะอนุญาตให้ผู้เรียนสามารถเข้าไปเที่ยวซื้อของในเมือง
หรือบริเวณใกล้เคียงได้ (2สัปดาห์ จะให้ไปได้ 1 ครั้ง) |
5 กิจกรรมที่ไม่มีใครเหมือน ...ในปัจจุบันนี้การ์ตูนญี่ปุ่นได้ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นอย่างหนึ่งไปแล้ว ทางโรงเรียน
จึงสนับสนุนให้นักเรียนที่สนใจได้สามารถเข้าร่วม กิจกรรมที่เกี่ยวกับการ์ตูนได้ เช่น โครงการประกวดการ์ตูน (มังกะโคชิเฮ็น) ซึ่งเป็นการ
ประกวดการ์ตูนระดับประเทศของญี่ปุ่น นอกจากการ์ตูนแล้วการเดินทางไปอาบน้ำที่บ่อน้ำพุร้อนก็ถือเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมที่เลื่องชื่อของญี่ปุ่น
ด้วย ดังนั้นทางโรงเรียนได้จัดกิจกรรมพานักเรียนไปอาบที่น้ำพุร้อนที่ชื่อเสียงที่ตั้งในบริเวณใกล้เคียงด้วยเช่นกัน |
| |
|
มีอาจารย์คอยให้คำปรึกษาตลอดระยะเวลาที่อยู่โรงเรียน |
* ถ้านักเรียนมีปัญหาไม่ว่าจะเรื่องการเรียน เรื่องส่วนตัว หรือเรื่องการปรับตัว สามารถปรึกษากับทางคณาจารย์ของทางโรงเรียนได้ตลอดเวลา |
* เพื่อการเรียนที่สามารถเข้าถึงนักเรียนได้อย่างทั่วถึง โรงเรียนได้กำหนดจำนวนนักเรียนต่อชั้นน้อยกว่า 30 คน ซึ่งอาจารย์สามารถดูแลนักเรียนได้อย่างใกล้ชิด |
| |
|
มีชมรมที่ให้นักเรียนเข้าร่วมที่หลากหลาย อาทิ ชมรมคอมพิวเตอร์ ดนตรี เคนโด้ เทนนิส ว่ายน้ำ ยิงธนู กอลฟ์ ละคร วอลเล่ย์บอล ซูโม่ |
| |
โรงเรียนตั้งอยู่ในเมืองที่เงียบสงบ มีหอพักที่ทันสมัยปลอดภัย |
นักเรียนของโรงเรียนกว่าร้อยละ 70 เป็นนักเรียนประจำ ซึ่งมีจำนวนประมาณ 600 คน ในจำนวนนี้ก็มีนักเรียนต่างชาติรวมอยู่ด้วยกว่า 100 คน ในแต่ละชั้นของทุกหอพัก จะมีอาจารย์ประจำดูแลอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ทางโรงเรียนยังมีโรงอาหาร และตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติไว้คอยให้บริการนักเรียนด้วย จึงไม่มีปัญหาเรื่องของความปลอดภัยและอาหารการกิน การใช้ชีวิตในหอพักนอกเหนือจากการเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นแล้ว นักเรียนยังได้เรียนรู้ถึงการช่วยเหลือตัวเองรวมไปถึงการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น การใช้ชีวิตร่วมกันในหอพัก ยังเปิดโอกาสให้นักเรียนได้มีโอกาสใช้ชีวิตร่วมกับเพื่อนๆ ได้มากขึ้นด้วย ไม่เพียงแต่เฉพาะในหอพักเท่านั้น ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ นักเรียนอาจจะไปเที่ยวหรือไปพักบ้านเพื่อนได้ด้วย นอกจากนี้ เมืองโคจิ ที่โรงเรียนตั้งอยู่นั้น ถือเป็นเมืองที่มีความเงียบสงบปลอดภัยเป็นอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น จึงไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยในการเข้าไปเที่ยวในเมืองคนเดียว |
 |
|
|
มีหลักสูตรพิเศษเพื่อเตรียมความพร้อมในการสอบวัดระดับความรู้ทางภาษาญี่ปุ่น |
ทางโรงเรียนสนับสนุนให้นักเรียนต่างชาติได้ทดสอบวัดระดับความรู้ทางภาษาญี่ปุ่นอยู่เสมอ ดังนั้นทางโรงเรียนจึงจัดชั้นเรียนพิเศษ สำหรับเตรียมความพร้อมในการสอบโดยเฉพาะ, โดยมุ่งเน้นที่จะให้นักเรียนต่างชาติสามารถสอบผ่านในระดับ 1 ซึ่งถือเป็นระดับความสามารถทางภาษาญี่ปุ่นในระดับสูงสุดให้ได้ภายในระยะเวลา 2 ปี นอกจากนี้ทางโรงเรียนยังเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียนสำหรับการสอบวัดระดับความสามารถด้านอื่นๆ ด้วยเช่น ด้านภาษาอังกฤษ, TOEFL, TOEIC, การสอบวัดระดับความรู้ทางด้านตัวอักษรจีนเป็นต้น เนื่องด้วยการสอบวัดความรู้แต่ละครั้งจะมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงดังนั้นทางโรงเรียนจึงมุ่งเน้นให้นักเรียนทุกคนมีความพร้อมสูงที่สุดในการสอบ |
|
|
โรงเรียนมีประสบการณ์ในการรับนักเรียนต่างชาติมามากกว่า 30 ปี |
โรงเรียนเปิดรับนักเรียนต่างชาติมานานกว่า 30 ปี ปัจจุบันมีนักเรียนต่างชาติอยู่ที่โรงเรียนกว่า 120 คน จึงมีประสบการณ์ในการดูแลนักเรียนต่างชาติมายาวนาน ทำให้ผู้สอนรู้วิธีการที่จะทำให้นักเรียนต่างชาติเรียนรู้ได้เร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งเห็นได้จากการที่ศิษย์เก่าของโรงเรียนสามารถเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำของญี่ปุ่นได้เช่น Osaka University, Waseda University และมหาวิทยาลัยอื่นๆ ตามตารางด้านล่าง |
|
|