ไมนิจิ อะคาเดมิคกรุ๊ป
ศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นครบวงจร
www.study-in-japan.com
School Profiles     Scholarship     ข้อมูลเบื้องต้นของประเทศญี่ปุ่น     การเตรียมตัวและการใช้ชีวิตในประเทศญี่ปุ่น     เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับญี่ปุ่น


 

วันขึ้นปีใหม่ (โชกัทซึ)

      เป็นวันสำคัญที่สุดของชาวญี่ปุ่น ประชาชนจะเข้าร่วมกิจกรรมประเภทต่าง ๆ และพากันอธิฐานขอความโชคดีในช่วงเวลาของปีที่กำลังจะมาถึง

แสงของดวงอาทิตย์ในวันปีใหม่ (อาซึฮิโนเด้) เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นเป็นดินแดนแห่งศาสนาชินโต ซึ่งมีความเชื่อว่าดวงอาทิตย์เป็นตัวแทนเทพเจ้าที่สำคัญที่สุดในจักรวาล ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าการสวดมนต์อธิษฐานในเช้าวันที่ 1 มกราคม ในขณะที่พระอาทิตย์จะเป็นการนำความโชคดีและความสุขมาให้ตลอกปีใหม่
การไปวัดครั้งแรกของปี (ฮาซึโมเด้) หลังจากนาฬิกาตีในเวลาเที่ยงคืน ถือว่าเป็นวันใหม่ของวันที่ 1 มกราคม ประชาชนจะพากันไปวัด เพื่ออธิษฐานขอให้มีสุขภาพดีและประสพความเจริญรุ่งเรือง
อาหารวันขึ้นปีใหม่ (โอเซจิ เรียวหริ) เป็นอาหารซึ่งประกอบด้วย ปลาต้ม ผสมแป้งทำเป็นก้อน (คามาโบโกะ), กุ้ง และอาหารทะเลประเภทอื่น ๆ และผักต่าง ๆ มักบรรจุในกล่องไม้ลงรักเป็นชิ้น ๆ ชนิดพิเศษ และชาวญี่ปุ่นนิยมรับประทาน “โซหนิ” ซึ่งเป็นซุปใส่ขนมแป้ง หัวไชเท้า และผักอื่น ๆ เชื่อว่า จะช่วยให้เอายุยืนยาวและสุขภาพดี
เงินในรูปของขวัญ (โอโทชิดามะ) ในช่วงปีใหม่ เด็ก ๆ จะได้รับจากบิดา มารดา และญาติ

 


 

การสิ้นสุดของฤดูหนาว (เซทซึบุน)

     เซทซึบุน เป็นวันซึ่งตรงกับวันที่ 3 กุมภาพันธ์ แสดงถึงการสิ้นสุดของฤดูหนาว และย่างเข้าฤดูใบไม้ผลิ ในวันดังกล่าวจะมีการโปรยถั่วอบที่บ้านและสำนักงานเพื่อนขับไล่ผีร้าย (โอหนิ) ที่สถิตในบริเวณนั้น ถั่วเหล่านี้จะถูกขว้างปาไปทั่วบริเวณบ้านโดยกล่าวซ้ำ ๆ ว่า “โอหนิ วะ โซโทะ ฟุคุ วะ อุจิ” (ผีร้ายจงออกไปและความสุขทั้งหลายจงอยู่ในบ้าน) ที่วัดทางศาสนาชินโต หรือศาสนาพุธจะมีการโยนถั่วที่เรียกว่า “ฟุคุมาเม่ะ” (ถั่วนำโชค) หรือ “ฟุคุโมจิ” (ขนมแป้งข้าวนำโชค) ไปที่กลุ่มคน เชื่อว่า การแย่งเก็บปละรับประทานถั่วและขนมเหล่นนั้น จะเป็นการนำโชคมาสู่ตนเอง

 


 

 

เทศกาลวันเด็กผู้หญิง (ฮินะมัทซึหริ)

     ตรงกับวันที่ 3 มีนาคม ถูกจัดขึ้นเพื่ออธิษฐานขอความสุขให้แก่เด็กหญิง ในบ้านของชาวญี่ปุ่นที่มีบุตรสาวจะนิยมจัดชุตุ๊กตาที่สวยงาน ดื่มเหล้าขาวที่เรียกว่า “ชิโระ-สาเก” ซึ่งทำจากการเหล้ากับข้าวบาเลย์ ตลอดจนรับประทาน “ฮิชิ-โมจิ” หรือขนมแป้งรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน


 


 

วันเด็ก (โคโดโมะโนะฮิ)

     วันเด็ก หรือ เทศกาลของเด็กผู้ชาย ซึ่งตรงกับวันที่ 5 พฤษภาคม เป็นวันที่จัดขึ้นเพื่ออธิษฐานของความสุข มีสุขภาพดี และความสำเร็จให้กับเด็กผู้ชาย ในวันนี้ บ้านที่มีบุตรชายจะพากันแขวน “โคอิโนโบหริ” (ธงยางรูปปลาคาร์ฟ) นำมาตกแต่งบ้านของเขาด้วยตุ๊กตาเดือนพฤษภาคม ในประเทศญี่ปุ่น ปลาคาร์ฟ เป็นปลาทีมีชื่อเสียงในลักษณะที่มีความพยายามในการมีชีวิตอยู่ และสามารถว่ายน้ำทวนกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวได้ การตกแต่งจะมี “มาโกอิ” ปลาคาร์ฟสีดำ หมายถึง พ่อ “ฮิโกอิ” ปลาคาร์ฟสีแดงหมายถึง แม่ “ฟูคินากาชิ” หมายถึง กระแสน้ำ

 


 

สัปดาห์ทอง (Golden week)

     เป็นช่วงเวลาในปฏิทินที่มีวันหยุดแห่งชาติหยุดหลายวันติดต่อกันคือวันที่ 29 เมษายน เป็นวันคล้ายวันเกิดของจักรพรรดิ วันที่ 3 พฤษภาคมเป็นวันรัฐธรรมนูญ และวันที่ 5 พฤษภาคมเป็นวันเด็ก จะมีการเรียกช่วงเวลานี้ว่า “สัปดาห์ทอง” และช่วงเวลานี้จะเป็นวันหยุดฤดูใบไม้ผลิในประเทศญี่ปุ่น ชาวญี่ปุ่นจะท่องเที่ยวกันเป็นจำนวนมากทั้งในและต่างประเทศ

 


 

เทศกาลสำหรับเด็กอายุ 3,5 และ7ขวบ (ชิจิ-โกะ-ซัง)

      ตรงกับวันที่ 15 พฤศจิกายน เทศกาลนี้ถูกจัดขึ้นเพื่ออธิษฐานให้เด็กผู้หญิงที่มีอายุ 3, 5 และ 7 ขวบ และเด็กผู้ชายที่มีอายุ 5 ขวบมีสุขภาพดีและอายุยืน นิยมแต่งตัวให้แก่เด็ก ๆ ด้วยเครื่องแต่งกายตามประเพณีเพื่อไปวัด ลูกกวาดหนึ่งพันปี (จิโทเซ-อาเหมะ) คำว่า “จิโทเซ” แปลว่า 1,000 ปี และ “อาเหมะ” แปลว่า ลูกกวาด เชื่อกันว่า รัยประทานลุกกวาดที่มีลักษณะเหนียว ขาว และยาวจะทำให้ชีวิตยืนยาว มักขายในบริเวณวัดและช่วงเทศกาลนี้

 


 

 

เทศกาลคริสมาสต์ (Chrismas Celebration)

      ถึงแม้ว่าชาวญี่ปุ่นนับถือศาสนาคริสต์ไม่มากนัก แต่ในเทศกาลคริสต์มาสจะมีการจัดตกแต่งต้นคริสต์มาสในบริเวณต่าง ๆ อย่างสวยงาม รวมถึงตามบ้านจะมีการตกแต่งด้วยกิ่งสนและรับประทานเค้ก วันคริสต์มาสในตอนกลางคืนและนำของขวัญมอบให้เด็ก ๆ ด้วยเช่นกัน ใครที่มีโอกาสเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นช่วงนี้ นับว่ามรโอกาสได้เห็นความงดงามของร้านค้าต่าง ๆ ในช่วงเทศกาลนี้ และมีการจัดจำหน่ายสินค้าเพื่อเป็นของฝากที่สวยงาน นับว่าโรแมนติคกันอีกรูปแบบหนึ่งก็ว่าได้

 


 

 

คืนก่อนวันปีใหม่ (โอมิโซคะ)

      ในวันที่ 31 ธันวาคมเป็นวันที่ชาวญี่ปุ่นนิยมเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อลบล้างสิ่งไม่ดีทั้งหลาย

การนวดแป้ง (โมจิซึคิ) :โมจิเป็นอาหารตามประเพณีวันปีใหม่ ในอดีต จะมีการทำขนมนี้กันทุกบ้าน ปัจจุบัน ยังคงมีหลายครอบครัวที่ยังคงนิยมทำขนมชนิดนี้

ของขวัญสิ้นปี(เซอิโบ) :เป็นประเพณีการให้ของขวัญวันสิ้นปีเพื่อแสดงการขอบคุณแก่ผู้ที่ให้ความช่วยเหลือและให้การบริการ ยังมีช่วงเวลาที่ชาวญี่ปุ่นนิยมให้ของขวัญ ในช่วงเดือนกรกฎาคม เรียกว่า “โอจูเกง” (ของขวัญกลางปี)

การตีระฆังวันสิ้นปี(โจยาโนะ คาเนะ) : คืนก่อนวันขึ้นปีใหม่ ตามวัดทั้งประเทศญี่ปุ่นจะมีพิธีการตีระฆังเป็นจำนวน 108 ครั้ง เนื่องจากคำสั่งสอนในศาสนาพุทธนั้น มนุษย์มีบาป 108 ชนิด เชื่อว่าการตีระฆังจะช่วยล้างบาปได้ เมื่อสิ้นเสียงของระฆังครั้งสุดท้ายโลกจะเปลี่ยนใหม่ มนุษย์มีอิสระที่จะเริ่มปีใหม่ด้วยสภาพที่ใสสะอาด

 
 
 
 

 
Mainichi Academic Group
Copyright 2005 © Mainichi Academic Group & Mainichi Japanese Language Institute All Rights Reserved.