ไมนิจิ อะคาเดมิคกรุ๊ป
ศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นครบวงจร
www.study-in-japan.com
 

  Mainichi  Scholarship / April 2008
เรื่องเล่าจาก...Futaba….โดย..น้องแจน

 

  สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ น้องๆ Mainichi


ในที่สุดวันแรกแห่งการเดินทางสู่ประเทศญี่ปุ่นก็มาถึง แจนมาถึงสนามบินพร้อมด้วยครอบครัว เพื่อนๆ และพี่ๆจากไมนิจิที่มาส่ง (ขอบคุณมากๆนะคะ) โดยการเดินทางครั้งนี้จะมีแจน พี่นุ่นและพี่ธัชที่จะร่วมเดินทางไปด้วยกัน

เราสามคนเดินทางเข้าสู่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่นจนกระทั่งตอนที่จะต้องส่งใบ Boarding Pass แจนกลับทำใบ Boarding Pass หล่นหายไป ก็เลยต้องไปทำใบ Boarding Passใบใหม่ (เจอเรื่องตื่นเต้นตั้งแต่ยังไม่ขึ้นเครื่องเชียว) หลังจากนั้นทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี ขึ้นเครื่องบินสักพักก็หลับ ตื่นมาอีกที ตอนที่พนักงานมาเสิร์ฟอาหารเช้า แต่การตื่นขึ้นมาทานอาหารเช้าตอน6โมง (ตี4 ของประเทศไทย) เป็นอะไรที่ไม่ชินเอาเสียเลย L

พอลงจากเครื่องบินความรู้สึกแรกที่รู้สึกคือ หนาวมาก~ เพราะอากาศที่นี่ประมาณ10 องศา (ต่างจากของที่ไทยลิบลับ) ฉะนั้นเพื่อนคนไหนที่จะเดินทางมาญี่ปุ่น ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนมากันด้วยนะคะ เมื่อเราเดินเข้าสู่ภายในอาคาร เราก็ไปด่านตรวจคนเข้าเมือง รับกระเป๋า และนำกระเป๋าไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจ แต่ของพวกเราสามคนดูแค่หนังสือเดินทางแล้วก็ให้ผ่าน (สงสัยคงเพราะเห็นว่าเป็นนักเรียนเลยไม่ได้ตรวจค้นอะไรมาก) จากนั้นพวกเราก็มานั่งรถเมล์ไปลงที่สถานีจิบะชุโอซึ่งอยู่สุดปลายสายรถบัส โรงเรียนอยู่ห่างจากสถานีไปเพียงนิดเดียว(สามารถมองเห็นโรงเรียนได้จากหน้าสถานี) เมื่อเข้าไปในโรงเรียนอาจารย์ก็พาพวกเราสามคนไปส่งที่หอต่างๆกัน(พี่ธัชอยู่หอHouse white พี่นุ่นอยู่หอLeo Palace) ส่วนแจนอยู่หอSun life  เพื่อนร่วมห้องเป็นชาวไต้หวันทั้งหมดสามคน มีชินซัง โควซังและรินซัง วันแรกของการเดินทางมาที่ญี่ปุ่นของแจนก็จบลงด้วยประการฉะนี้  จากนี้ไปจะเป็นการเริ่มต้นวันแรกแห่งการใช้ชีวิตในประเทศญี่ปุ่นแล้ว

วันรุ่งขึ้นพี่โฟม รุ่นพี่คนไทยที่พักอยู่หอเดียวกันพาแจน พี่ธัชและเพื่อนๆไปทำบัตรประจำตัวคนต่างด้าว (外国人登録証(がいこくじんとうろくしょう)) และไปเปิดบัญชีธนาคารแต่ปรากฏว่า ยังเปิดไม่ได้เพราะตราประทับ (印鑑(いんかん)/判子(はんこ)) ที่เราเตรียมมาเป็นแบบมีหมึกในตัวไม่สามารถใช้ได้ เลยต้องทำตราประทับอันใหม่ราคา800เยน เป็นราคาที่ถูกที่สุด แต่ชื่อของแจนยาวเลยต้องถูกตัดไป จากวลัยรัตน์ เหลือเพียงแค่คำว่า วลัย (ถึงชื่อจะถูกไปก็ยังสามารถใช้ในงานราชการได้ค่ะ) ฉะนั้นเพื่อนๆคนไหนที่อยากทำตราประทับจากเมืองไทยมา ต้องทำแบบแยกหมึกมานะคะ

บ่ายวันนั้นแจน รูมเมทก็ไปซื้อของกินและน้ำชา และชวนพี่ธัชไปชมดอกซากุระกัน(お花見(はなみ))ที่ศาลเจ้าใกล้ๆหอพักซึ่งอยู่ในเขตปราสาทจิบะ (千葉城(ちばじょう)) เราก็ไปนั่งดื่มชากับขนมท่ามกลางกลีบดอกซากุระที่พลิ้วไปตามสายลม ได้บรรยากาศแบบญี่ปุ่นจริงๆ

มาถึงวันที่ต้องสอบเพื่อวัดระดับความรู้ภาษญี่ปุ่นแล้ว ตอนแรกอาจารย์ก็สัมภาษณ์แจน และจากนั้นก็ยื่นข้อสอบให้ทำ ทำอยู่หลายแผ่นจนเมื่อยมือ ในที่สุดอาจารย์ก็ส่งให้แจนไปเรียนชั้นA4 (ที่นี่ไล่ระดับเป็นจาก11เป็นขั้นต้นจนถึง1 และแบ่งเป็นสองภาคคือ Mคือ Morning และA คือ Afternoon) ได้เรียนอยู่ห้องเดียวกันกับพี่นุ่น ชินซังและโควซัง ส่วนรินซังและพี่ธัชได้ไปอยู่ชั้นA8 วันรุ่งขึ้นก็ไปร่วมพิธีเข้าการศึกษาใหม่ ฟังรายละเอียดกฎเกณฑ์ต่างๆเกี่ยวกับทั้งเรื่องเรียนและหอพัก ที่นี่จะเรียนคันจิวันละห้าตัว เมื่อครบยี่สิบตัวก็จะสอบย่อยหนึ่งครั้ง และจะมีคันจิอีกสองร้อยตัวให้เราอ่านเองจัดสอบสองอาทิตย์หนึ่งครั้งครั้งละห้าสิบตัว(ไม่ต้องตกใจกับจำนวนนะคะเพราะคันจิที่ให้อ่านเองนั้นไม่ยากเป็นคันจิพื้นฐานเท่านั้น)แต่คันจิที่อาจารย์สอนในห้องจะค่อนข้างจำยากสักนิดนึง แต่ส่วนใหญ่ก็ยังคงเป็นคันจิที่ใช้ในชีวิตประจำวันของชาวญี่ปุ่นอยู่ดี(คันจิที่ชาวญี่ปุ่นใช้ประจำมีประมาณพันกว่าตัว) ส่วนการสอบใหญ่จะจัดสามเดือนครั้ง โรงเรียนจะพิจารณาว่าควรจะให้เลื่อนห้องให้สูงขึ้น อยู่ห้องเดิมหรือปรับตกลงไปอยู่ห้องที่ต่ำกว่าเดิมค่ะ ดังนั้นเรียนภาษาญี่ปุ่นที่นี่ต้องขยันทบทวนกันสักนิดนึงนะคะ

ก่อนจะจากกันไปกับบทความประจำเดือนเมษายนนี้ แจนก็ขอฝากเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพไว้หน่อยนะคะ เป็นประสบการณ์ตรงมากจากตัวแจนเอง ตอนที่มาอยู่ที่ญี่ปุ่นในวันแรกๆ แจนมีอาการปวดช่วงข้อเข่าค่ะ เดินแล้วมันปวดแปลบๆ เราก็นึกว่าเราแก่แล้วหรือนี่  โรคปวดตามไขข้อถึงได้ถามหา แต่จริงๆแล้วไม่ใช่หรอกค่ะ พี่นุ่นอธิบายให้แจนฟังว่าที่นี่อากาศหนาว ฉะนั้นถ้าดื่มน้ำน้อย น้ำมีไม่เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการใช้ ร่างกายของเราจะดึงน้ำที่หล่อเลี้ยงอยู่บริเวณข้อเข่ามาใช้ ทำให้เกิดอาการปวดข้อเข่าได้ ดังนั้นเราต้องดื่มน้ำในแต่ละวันให้เพียงพอ แจนก็ทำตามที่พี่นุ่นแนะนำ แล้วก็หายปวดข้อเข่าจริงๆ เพื่อนๆคนไหนที่จะมาที่ญี่ปุ่นหรือมาอยู่ที่ญี่ปุ่นแล้วมีอาการปวดเข่าแบบแจน ก็ลองดื่มน้ำเยอะๆดูนะคะ แล้วพบกันใหม่ในเดือนหน้าค่ะ

น้องแจน




 
เรื่องเล่าจากเกียวโต...โดยนนนี่
เรื่องเล่าจากเกียวโต (1)
เรื่องเล่าจากเกียวโต (2)
เรื่องเล่าจากเกียวโต (3)
เรื่องเล่าจากเกียวโต (4)
31 วันกับความผูกพันในญี่ปุ่น
และเมโตคุ...โดยน้องเอ

ความผูกพันในญี่ปุ่นและเมโตคุ (1)
ความผูกพันในญี่ปุ่นและเมโตคุ (2)
ความผูกพันในญี่ปุ่นและเมโตคุ (3)
 

 

Mainichi Academic Group
Copyright 2005 © Mainichi Academic Group & Mainichi Japanese Language Institute All Rights Reserved.