ตอนเช้าอาจารย์ Hashimoto นัดไว้ 6 โมงครึ่งเพื่อไปเข้าพิธีต้อนรับและแนะนำตัวแก่นักเรียนและอาจารย์ของโรงเรียนเมโตคุที่โรงอาหาร แต่พวกเราซียูไทม์อยู่แล้วววว กว่าจะไปถึงโรงอาหารตั้ง 6 โมง 50 สรุปแล้วเด็กนักเรียนต้องรอพวกเราและกินข้าวเช้าสายไปถึง 20 นาทีแน่ะ !!! เนื่องจากสายมากแล้ว ตอนที่นั่งรถจากโรงแรมมายังโรงอาหาร อาจารย์ Wada ซิ่งรถเอาเป็นเอาตายสุดชีวิต !!! แหม ตอนนั้นเกือบไม่ถึงโรงอาหารแต่จะถึงสวรรค์แทนนะสิครับอาจารย์ มาวันแรกก็ไม่ตรง
ต่อเวลาซะแล้ว
หลังจากกินข้าวเช้าที่โรงอาหารเสร็จ ก็ไปเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ Ryu Campus ซึ่งในช่วงวันแรกๆ อาจารย์ Wada ยังกรุณามาช่วยขับรถพาไปส่งให้อยู่ ตารางวันนี้มีเรียนภาษาญี่ปุ่น ไปลองชุดนักเรียนญี่ปุ่น
(เท่มากๆ นึกว่าจะขโมยกลับมาสักชุด) กินข้าวกลางวันซึ่งเป็นข้าวกล่องที่ห้องเรียน ตอนบ่ายได้เล่นคอมพิวเตอร์แป๊บนึง แล้วก็ต้องรีบกลับไปที่ Main Campus เพื่อจัดของเตรียมไปอยู่หอพักกับนักเรียนญี่ปุ่น |
 |
ณ หอพักชาย มีนักเรียนญี่ปุ่นมาช่วยขนของ 4-5 คน (วันแรกๆก็สนใจเราดีอ่ะนะ แต่พอหลังๆเริ่มไม่ไยดีเลย ฮือๆๆ) มีนักเรียนคนหนึ่ง เราตั้งชื่อให้เขาว่า ไอ้เป็ด เนื่องจากหน้าตาเหมือนซูเนะโอะและกัปปะมากๆ ซึ่งเป็นที่คลั่งไคล้ในหมู่นักเรียนหญิงไทยเป็นอันมาก ระหว่างนั้นเราก็เดินสำรวจหอ คุยกับเด็กนักเรียนคนอื่นเพื่อเป็นการผูกมิตรไว้ หอพักที่นี่มีกฎระเบียบเข้มงวดมาก ต้องทำความสะอาดหอกันเอง เข้านอนเป็นเวลาคือสี่ทุ่มครึ่ง มีเวลา Study time ซึ่งห้ามพูดคุยกับนักเรียนคนอื่นเลย 2 ชั่วโมง มีการ Tenko คือการเรียกรวมพลนักเรียนเพื่อตรวจนับว่าครบหรือไม่ ถ้าขาดก็ต้องรายงานสาเหตุของการไม่มา เช่น ป่วย (แต่ส่วนใหญ่ก็เห็นแกล้งป่วยกันนะ) มีการ Yurei คือการนั่งสมาธิที่โรงอาหารในตอนกลางคืนอีกด้วย
คืนนี้ต้องรีบนอน เนื่องจากพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าประมาณ 6 โมงกว่าๆ เพื่อไปออกกำลังกาย
|
วันที่สี่ของการเดินทาง
อังคาร 14
มีนาคม |
Dormitory |
|
วันนี้อากาศหนาวมากประมาณ 4 องศาเซลเซียส ถึงขนาดหิมะตกเลยทีเดียว ตื่นเช้าวิ่งไปที่สนามเบสบอลเพื่อฟังอบรม เคารพธงชาติและเพลงโรงเรียน แต่วันนี้ไม่มีกายบริหารตอนเช้าเนื่องจากอากาศหนาวจัด (อ้าว น่าจะมีนะ จะได้หายหนาว) กินข้าวเช้าเสร็จก็กลับไปเปลี่ยนเป็นชุดนักเรียน วันนี้เป็นวันแรกที่จะต้องนั่งรถบัสของโรงเรียนไปพร้อมๆกับเด็กคนอื่น แต่นักเรียนหญิงมาไม่ทันเวลาที่รถบัสออก ทำให้อาจารย์ Wada ต้องกรุณามาขับรถไปส่งให้อีกวันนึง แป่ววววว
เช้านี้มีเรียนดนตรี ภาษาญี่ปุ่น 2 คาบ แล้วก็มี Okonomiyaki Party ซึ่งเป็นมื้อเที่ยงด้วย (ขนาดเวลากินยังโดนแอบถ่ายกล้องวีดีโอตลอดเวลาเลย ทำอย่างกับ Big Brother 24 ชั่วโมง) ตอนบ่ายไปช็อปปิ้งที่ห้าง Aeon ซึ่งเป็นห้างที่หรูและใหญ่ที่สุดในเมือง แต่เทียบเท่ากับโลตัสของบ้านเรา นั่งรถไปไกลมากเลยอ่ะ ก็โรงเรียนอยู่ในหุบเขานี่หน่า
|
วันที่ห้าี่ของการเดินทาง
พุธ 15 มีนาคม |
Dormitory |
|
วันนี้ตื่นมาตอนเช้า มีออกกำลังกายด้วย เป็นการกายบริหารประกอบเพลงเหมือนตอนเราอยู่อนุบาลเลย เอ้า ! ชูมือชึ้นแล้วหมุนๆ ชูมือขึ้นโบกไปมา กางแขนขึ้นและลง พับแขนมือแตะไหล่ เอ้า !
ตอนเช้ามีภาษาญี่ปุ่น 2 คาบ ชั่วโมงต่อมาได้ดูหนังเรื่อง The Last Samurai ได้ข่าวว่าหนังยาวมาก ดูจนเที่ยงยังไม่จบเลย ต้องไปกินข้าวก่อน แล้วลงมาดูหนังต่อ พร้อมทั้งเล่นคอมไปด้วย
ตอนบ่ายมีเรียน Akido เป็นศิลปะการป้องกันตัวของญี่ปุ่นที่เน้นการป้องกันตัวจริงๆไม่ใช่การบุกคู่ต่อสู้ อาจารย์ผู้สอนคนนี้ตัวโตดูน่าเกรงขาม แถมยังมีอาวุธลับประจำตัวอีก นั่นก็คือ กลิ่นปาก นั่นเอง ไม่เชื่อต้องลองถาม อี๊ด ที่โดนอาวุธลับอันนี้เต็มๆจนบ่นอุบว่าจะซื้อแปรงสีฟันให้อาจารย์เลยทีเดียว |
|
วันที่หกของการเดินทาง
พฤหัสบดี 16
มีนาคม |
Dormitory |
|
เช้านี้มีอาหารเช้าน่ากินมากๆ นั่นคือ ข้าวสวย ปลาหมึกแห้ง และไข่ดิบ เห็นเด็กนักเรียนเค้าตอกไข่ดิบคลุกข้าวกินกันเลยอ่ะ แหวะ !!! นอกจากนี้เช้าวันนี้ยังฝนตกหนักอีกด้วยจนต้องเคารพธงชาติในโรงอาหาร เอ๊ะ !! งงๆนะเนี่ยะ ทำยังไงหว่าเคารพธงชาติในโรงอาหาร??
ตอนเช้ามีเรียนภาษาญี่ปุ่น 2 คาบ ต่อมาเรียนพับกระดาษ Origami อาจารย์สอนพับตุ๊กตาเด็กผู้ชายเด็กผู้หญิงจากไม้ขีดไฟและกระดาษ พอพับเสร็จ ตุ๊กตาก็ออกมาสวยดีอยู่หรอก แต่หลังจากนั้นไม่นานก็พบว่าหัวไม้ขีดตุ๊กตาของหลายคนได้หลุดออกไปแล้ว 555
หลังจากกินข้าวเที่ยงแล้ว พวกเราต้องนั่งรถบัสกลับไป Main Campus แต่ด้วยความที่รีบร้อน ฝนตกพื้นแฉะ หรือจะด้วย ลูกหมู ใส่รองเท้าเหยียบส้นก็แล้วแต่ เลยทำให้น้องลูกหมูลงไปนั่งพับเพียบเรียบร้อยกับพื้นคอนกรีตหน้าโรงเรียน พร้อมกับลุกขึ้นมาทำหน้าจิ้มลิ้ม เลือดอาบหัวเข่า โถ !! คุณน้อง เจ็บคงไม่เท่าไหร่ แต่อายเด็กญี่ปุ่นจนไม่รู้จะทำยังไงนี่สิ น้องเอ๊ย เจ็บมั๊ยนั่น มีคนเป็นห่วงนะเด็กโง่ !!!
ตอนบ่ายตามตารางต้องไป Katsura Beach แต่เนื่องจากฝนตกหนัก จึงต้องเปลี่ยนโปรแกรมไปช็อปปิ้ง (อีกแล้ว) ที่ห้างแกรด์โคจิ |
|
วันที่เจ็ดของการเดินทาง
ศุกร์ 17 มีนาคม |
Dormitory |
|
วันนี้อากาศกลับมาแจ่มใสแต่ก็ยังเย็นอยู่ ตอนสายๆมีเรียนวิทยาศาสตร์ อาจารย์ให้ทดลองโดยการจุดตะเกียง เอาแท่งแก้วมาลนไฟให้ร้อน แล้วยืดออกเป็นรูปร่างต่างๆ ส่วนอาจารย์สติเฟื่องเอาหลอดทดลองมาเผาให้ร้อนจนเป่าเป็นลูกโป่งได้เลย กระทั่งแตกดังโพละ !! เศษแก้วปลิวว่อนทั่วห้อง นอกจากนี้นักเรียนหลายคนยังต้องสูญเสียเลือดเนื้อกับการถูกแก้วบาดสังเวยการทดลองอันบ้าบิ่นนี้อีกด้วย ทดลองอะไรอันตรายจังนะ
ตอนบ่ายได้เล่นคอมครึ่งชั่วโมง แล้วอาจารย์ตะเกียบก็มานั่งคุยกับพวกเราเรื่องจะเอาอะไรไปเล่นกับน้องนักเรียนประถมวันจันทร์ที่จะถึงนี้ |
|
วันที่แปดของการเดินทาง
เสาร์ 18 มีนาคม |
Dormitory |
|
วันนี้ฝนตกประปราย ตอนเช้านั่งรถไปทำความสะอาดห้องเรียนที่ Ryu Campus แล้วก็กลับมาเข้าร่วมพิธีจบการศึกษาของนักเรียนที่พวกเราดื้อขอเข้าร่วมจนได้ ตอนแรกก็นึกว่าจะสนุก ที่ไหนได้ง่วงนอนฉิบเป๋ง ขนาดเด็กญี่ปุ่นยังนั่งหลับกันเลย แล้วนับประสาอะไรกับเด็กไทยที่ฟังเค้ากล่าวสุนทรพจน์ไม่รู้เรื่อง น่าเบื่อจัง โรงยิมซึ่งเป็นสถานที่จัดพิธีก็หนาวอย่างกับตู้เย็น
ตอนบ่ายกลับมาที่หอเพื่อเก็บของกลับโรงแรม วันนี้เป็นวันสุดท้ายของภาคการศึกษา ปิดเทอมแล้วสิ ดีใจกันใหญ่เลย เด็กนักเรียนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จึงกลับบ้านกันในวันนี้ ที่เหลือก็มีแต่นักกีฬาที่ต้องอยู่ซ้อมและก็นักเรียนต่างชาติที่รอกลับเหมือนกัน ระหว่างที่พวกเรารอรถมารับ ก็ได้คุยกับแก็งค์เด็กเกาหลี ซึ่งหนึ่งในนั้นมีพี่แว่น ซัน จุน หวานใจของ "น้องหยอย" อยู่ด้วย (ฟ้องโปเตโต้แน่ แอบมีกิ๊ก !!) คุยไปคุยมาชักเริ่มถูกใจ เอ๊ย! ถูกคอ ก็เลยชวนเค้าไปกินข้าวเย็นที่โรงอาหาร
กลับมาอยู่โรงแรม ค่อนข้างสบายหน่อย เพราะไม่มีกฎระเบียบคุมพวกเราอยู่ |