ไมนิจิ อะคาเดมิคกรุ๊ป
ศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นครบวงจร
www.study-in-japan.com
 

 
วันที่สามของการเดินทาง
จันทร์ 13 มีนาคม
โรงเรียนเมโตคุ

      ตอนเช้าอาจารย์ Hashimoto นัดไว้ 6 โมงครึ่งเพื่อไปเข้าพิธีต้อนรับและแนะนำตัวแก่นักเรียนและอาจารย์ของโรงเรียนเมโตคุที่โรงอาหาร แต่พวกเราซียูไทม์อยู่แล้วววว กว่าจะไปถึงโรงอาหารตั้ง 6 โมง 50 สรุปแล้วเด็กนักเรียนต้องรอพวกเราและกินข้าวเช้าสายไปถึง 20 นาทีแน่ะ !!! เนื่องจากสายมากแล้ว ตอนที่นั่งรถจากโรงแรมมายังโรงอาหาร อาจารย์ Wada ซิ่งรถเอาเป็นเอาตายสุดชีวิต !!! แหม ตอนนั้นเกือบไม่ถึงโรงอาหารแต่จะถึงสวรรค์แทนนะสิครับอาจารย์ มาวันแรกก็ไม่ตรง
ต่อเวลาซะแล้ว

      หลังจากกินข้าวเช้าที่โรงอาหารเสร็จ ก็ไปเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ Ryu Campus ซึ่งในช่วงวันแรกๆ อาจารย์ Wada ยังกรุณามาช่วยขับรถพาไปส่งให้อยู่ ตารางวันนี้มีเรียนภาษาญี่ปุ่น ไปลองชุดนักเรียนญี่ปุ่น
(เท่มากๆ นึกว่าจะขโมยกลับมาสักชุด) กินข้าวกลางวันซึ่งเป็นข้าวกล่องที่ห้องเรียน ตอนบ่ายได้เล่นคอมพิวเตอร์แป๊บนึง แล้วก็ต้องรีบกลับไปที่ Main Campus เพื่อจัดของเตรียมไปอยู่หอพักกับนักเรียนญี่ปุ่น

       ณ หอพักชาย มีนักเรียนญี่ปุ่นมาช่วยขนของ 4-5 คน (วันแรกๆก็สนใจเราดีอ่ะนะ แต่พอหลังๆเริ่มไม่ไยดีเลย ฮือๆๆ) มีนักเรียนคนหนึ่ง เราตั้งชื่อให้เขาว่า ไอ้เป็ด เนื่องจากหน้าตาเหมือนซูเนะโอะและกัปปะมากๆ ซึ่งเป็นที่คลั่งไคล้ในหมู่นักเรียนหญิงไทยเป็นอันมาก ระหว่างนั้นเราก็เดินสำรวจหอ คุยกับเด็กนักเรียนคนอื่นเพื่อเป็นการผูกมิตรไว้ หอพักที่นี่มีกฎระเบียบเข้มงวดมาก ต้องทำความสะอาดหอกันเอง เข้านอนเป็นเวลาคือสี่ทุ่มครึ่ง มีเวลา Study time ซึ่งห้ามพูดคุยกับนักเรียนคนอื่นเลย 2 ชั่วโมง มีการ Tenko คือการเรียกรวมพลนักเรียนเพื่อตรวจนับว่าครบหรือไม่ ถ้าขาดก็ต้องรายงานสาเหตุของการไม่มา เช่น ป่วย (แต่ส่วนใหญ่ก็เห็นแกล้งป่วยกันนะ) มีการ Yurei คือการนั่งสมาธิที่โรงอาหารในตอนกลางคืนอีกด้วย

     คืนนี้ต้องรีบนอน เนื่องจากพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าประมาณ 6 โมงกว่าๆ เพื่อไปออกกำลังกาย


วันที่สี่ของการเดินทาง
อังคาร 14 มีนาคม
Dormitory


       วันนี้อากาศหนาวมากประมาณ 4 องศาเซลเซียส ถึงขนาดหิมะตกเลยทีเดียว ตื่นเช้าวิ่งไปที่สนามเบสบอลเพื่อฟังอบรม เคารพธงชาติและเพลงโรงเรียน แต่วันนี้ไม่มีกายบริหารตอนเช้าเนื่องจากอากาศหนาวจัด (อ้าว น่าจะมีนะ จะได้หายหนาว) กินข้าวเช้าเสร็จก็กลับไปเปลี่ยนเป็นชุดนักเรียน วันนี้เป็นวันแรกที่จะต้องนั่งรถบัสของโรงเรียนไปพร้อมๆกับเด็กคนอื่น แต่นักเรียนหญิงมาไม่ทันเวลาที่รถบัสออก ทำให้อาจารย์ Wada ต้องกรุณามาขับรถไปส่งให้อีกวันนึง แป่ววววว


      เช้านี้มีเรียนดนตรี ภาษาญี่ปุ่น 2 คาบ แล้วก็มี Okonomiyaki Party ซึ่งเป็นมื้อเที่ยงด้วย (ขนาดเวลากินยังโดนแอบถ่ายกล้องวีดีโอตลอดเวลาเลย ทำอย่างกับ Big Brother 24 ชั่วโมง) ตอนบ่ายไปช็อปปิ้งที่ห้าง Aeon ซึ่งเป็นห้างที่หรูและใหญ่ที่สุดในเมือง แต่เทียบเท่ากับโลตัสของบ้านเรา นั่งรถไปไกลมากเลยอ่ะ ก็โรงเรียนอยู่ในหุบเขานี่หน่า


วันที่ห้าี่ของการเดินทาง
พุธ 15 มีนาคม
Dormitory

       วันนี้ตื่นมาตอนเช้า มีออกกำลังกายด้วย เป็นการกายบริหารประกอบเพลงเหมือนตอนเราอยู่อนุบาลเลย เอ้า ! ชูมือชึ้นแล้วหมุนๆ ชูมือขึ้นโบกไปมา กางแขนขึ้นและลง พับแขนมือแตะไหล่ เอ้า !

       ตอนเช้ามีภาษาญี่ปุ่น 2 คาบ ชั่วโมงต่อมาได้ดูหนังเรื่อง The Last Samurai ได้ข่าวว่าหนังยาวมาก ดูจนเที่ยงยังไม่จบเลย ต้องไปกินข้าวก่อน แล้วลงมาดูหนังต่อ พร้อมทั้งเล่นคอมไปด้วย

       ตอนบ่ายมีเรียน Akido เป็นศิลปะการป้องกันตัวของญี่ปุ่นที่เน้นการป้องกันตัวจริงๆไม่ใช่การบุกคู่ต่อสู้ อาจารย์ผู้สอนคนนี้ตัวโตดูน่าเกรงขาม แถมยังมีอาวุธลับประจำตัวอีก นั่นก็คือ “กลิ่นปาก” นั่นเอง ไม่เชื่อต้องลองถาม อี๊ด ที่โดนอาวุธลับอันนี้เต็มๆจนบ่นอุบว่าจะซื้อแปรงสีฟันให้อาจารย์เลยทีเดียว

วันที่หกของการเดินทาง
พฤหัสบดี 16 มีนาคม
Dormitory

       เช้านี้มีอาหารเช้าน่ากินมากๆ นั่นคือ ข้าวสวย ปลาหมึกแห้ง และไข่ดิบ เห็นเด็กนักเรียนเค้าตอกไข่ดิบคลุกข้าวกินกันเลยอ่ะ แหวะ !!! นอกจากนี้เช้าวันนี้ยังฝนตกหนักอีกด้วยจนต้องเคารพธงชาติในโรงอาหาร เอ๊ะ !! งงๆนะเนี่ยะ ทำยังไงหว่าเคารพธงชาติในโรงอาหาร??

       ตอนเช้ามีเรียนภาษาญี่ปุ่น 2 คาบ ต่อมาเรียนพับกระดาษ Origami อาจารย์สอนพับตุ๊กตาเด็กผู้ชายเด็กผู้หญิงจากไม้ขีดไฟและกระดาษ พอพับเสร็จ ตุ๊กตาก็ออกมาสวยดีอยู่หรอก แต่หลังจากนั้นไม่นานก็พบว่าหัวไม้ขีดตุ๊กตาของหลายคนได้หลุดออกไปแล้ว 555

       หลังจากกินข้าวเที่ยงแล้ว พวกเราต้องนั่งรถบัสกลับไป Main Campus แต่ด้วยความที่รีบร้อน ฝนตกพื้นแฉะ หรือจะด้วย “ ลูกหมู ” ใส่รองเท้าเหยียบส้นก็แล้วแต่ เลยทำให้น้องลูกหมูลงไปนั่งพับเพียบเรียบร้อยกับพื้นคอนกรีตหน้าโรงเรียน พร้อมกับลุกขึ้นมาทำหน้าจิ้มลิ้ม เลือดอาบหัวเข่า โถ !! คุณน้อง เจ็บคงไม่เท่าไหร่ แต่อายเด็กญี่ปุ่นจนไม่รู้จะทำยังไงนี่สิ น้องเอ๊ย เจ็บมั๊ยนั่น มีคนเป็นห่วงนะเด็กโง่ !!!

       ตอนบ่ายตามตารางต้องไป Katsura Beach แต่เนื่องจากฝนตกหนัก จึงต้องเปลี่ยนโปรแกรมไปช็อปปิ้ง (อีกแล้ว) ที่ห้างแกรด์โคจิ


วันที่เจ็ดของการเดินทาง
ศุกร์ 17 มีนาคม
Dormitory

       วันนี้อากาศกลับมาแจ่มใสแต่ก็ยังเย็นอยู่ ตอนสายๆมีเรียนวิทยาศาสตร์ อาจารย์ให้ทดลองโดยการจุดตะเกียง เอาแท่งแก้วมาลนไฟให้ร้อน แล้วยืดออกเป็นรูปร่างต่างๆ ส่วนอาจารย์สติเฟื่องเอาหลอดทดลองมาเผาให้ร้อนจนเป่าเป็นลูกโป่งได้เลย กระทั่งแตกดังโพละ !! เศษแก้วปลิวว่อนทั่วห้อง นอกจากนี้นักเรียนหลายคนยังต้องสูญเสียเลือดเนื้อกับการถูกแก้วบาดสังเวยการทดลองอันบ้าบิ่นนี้อีกด้วย ทดลองอะไรอันตรายจังนะ

       ตอนบ่ายได้เล่นคอมครึ่งชั่วโมง แล้วอาจารย์ตะเกียบก็มานั่งคุยกับพวกเราเรื่องจะเอาอะไรไปเล่นกับน้องนักเรียนประถมวันจันทร์ที่จะถึงนี้

วันที่แปดของการเดินทาง
เสาร์ 18 มีนาคม
Dormitory

      วันนี้ฝนตกประปราย ตอนเช้านั่งรถไปทำความสะอาดห้องเรียนที่ Ryu Campus แล้วก็กลับมาเข้าร่วมพิธีจบการศึกษาของนักเรียนที่พวกเราดื้อขอเข้าร่วมจนได้ ตอนแรกก็นึกว่าจะสนุก ที่ไหนได้ง่วงนอนฉิบเป๋ง ขนาดเด็กญี่ปุ่นยังนั่งหลับกันเลย แล้วนับประสาอะไรกับเด็กไทยที่ฟังเค้ากล่าวสุนทรพจน์ไม่รู้เรื่อง น่าเบื่อจัง โรงยิมซึ่งเป็นสถานที่จัดพิธีก็หนาวอย่างกับตู้เย็น

      ตอนบ่ายกลับมาที่หอเพื่อเก็บของกลับโรงแรม วันนี้เป็นวันสุดท้ายของภาคการศึกษา ปิดเทอมแล้วสิ ดีใจกันใหญ่เลย เด็กนักเรียนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จึงกลับบ้านกันในวันนี้ ที่เหลือก็มีแต่นักกีฬาที่ต้องอยู่ซ้อมและก็นักเรียนต่างชาติที่รอกลับเหมือนกัน ระหว่างที่พวกเรารอรถมารับ ก็ได้คุยกับแก็งค์เด็กเกาหลี ซึ่งหนึ่งในนั้นมีพี่แว่น ซัน จุน หวานใจของ "น้องหยอย" อยู่ด้วย (ฟ้องโปเตโต้แน่ แอบมีกิ๊ก !!) คุยไปคุยมาชักเริ่มถูกใจ เอ๊ย! ถูกคอ ก็เลยชวนเค้าไปกินข้าวเย็นที่โรงอาหาร

      กลับมาอยู่โรงแรม ค่อนข้างสบายหน่อย เพราะไม่มีกฎระเบียบคุมพวกเราอยู่


   
 
ผู้เขียน : นายวีระเกียรติ บุญกนกวงศ์
ชื่อเล่น : น้องเอ
การศึกษา: ชั้นปีที่ 3 คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้เข้าร่วมโครงการ Study in Japanese High School Program at Meitoku Gijuku Senior High School

 
เรื่องเล่าจากเกียวโต...โดยนนนี่
เรื่องเล่าจากเกียวโต (1)
เรื่องเล่าจากเกียวโต (2)
เรื่องเล่าจากเกียวโต (3)
เรื่องเล่าจากเกียวโต (4)
31 วันกับความผูกพันในญี่ปุ่น
และเมโตคุ...โดยน้องเอ

ความผูกพันในญี่ปุ่นและเมโตคุ (1)
ความผูกพันในญี่ปุ่นและเมโตคุ (2)
ความผูกพันในญี่ปุ่นและเมโตคุ (3)
Japan Guide...โดย อ. ชมนาด
 

 

Mainichi Academic Group
Copyright 2005 © Mainichi Academic Group & Mainichi Japanese Language Institute All Rights Reserved.