ไมนิจิ อะคาเดมิคกรุ๊ป
ศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นครบวงจร
www.study-in-japan.com
 

วันที่เก้าของการเดินทาง
อาทิตย์ 19 มีนาคม
Hoteru
 
      เช้านี้เป็นวันแรกที่ได้ตื่นสายหน่อย วันนี้เราจะไปปราสาทโคจิและซันเดย์มาร์เก็ตกัน โดยมีอาจารย์ Wada เจ้าเก่าเมตตาขับรถไปให้ และมีอาจารย์บันโตะคุ (อาจารย์ Purpose ) ตามไปด้วย เจ้าของคำพูดที่ว่า

Purpose : “ วัตถุประสงค์ของการมาญี่ปุ่นของพวกคุณคืออะไร ”

อี๊ด : “For Traveling”

Purpose : “!!!???”


      หลังจากกลับมาแล้ว พวกเราก็ไปเล่นบาสเก็ตบอลกันที่โรงยิม อันเป็นสาเหตุทำให้ ”น้องลูกหมู” ซ้ำเติมแผลเก่าที่หัวเข่า แหมคุณน้อง ยังเจ็บไม่พอเหรอจ๊ะ !! ร้อนถึงป๊ะป๋า มะม๊ะ นางพยาบาลต้องทำแผลกันวุ่นวาย


วันที่สิบของการเดินทาง
จันทร์ 20 มีนาคม
Hoteru

      ตื่นเช้ามาก็ต้องลงไป Tenko ที่โรงอาหาร ขนาดปิดเทอมแล้วนะเนี่ยะ!! วันนี้มีเรียนภาษาญี่ปุ่นตั้ง 3 คาบแหน่ะ ตอนบ่ายไปโรงเรียนนักเรียนประถมศึกษา ซึ่งลูกชายของอาจารย์ Wada เรียนอยู่ หน้าเหมือนพ่อเปี๊ยบเลย นี่ถ้าไม่บอกก็รู้นะเนี่ยะว่าลูกอาจารย์อ่ะ เด็กประถมมีการแสดงให้พวกเราดูมากมาย ทั้งร้องเพลง เต้นรำกรับมือ ดีดเครื่องคนตรีญี่ปุ่น (ไม่รู้อ่ะว่าเรียกว่าอะไร) แล้วพวกเราก็เล่นเกมเสือกินวัวและเป่ายิ้งฉุบกับน้องๆด้วย

       หลังจากนั้นไปช็อปปิ้งที่ร้านไดโซะ 100 เยน (แต่มีใครไม่รู้แอบหนีไป Aeon กันสองคน) ตอนกลางคืนอาจารย์ตะเกียบพาพวกเราไปเล่นดอกไม้ไฟที่ชายหาดหน้า Ryu Campus ได้ปิ้งมาชเมลโล่กินกันด้วย อร่อย !!


วันที่สิบเอ็ดของการเดินทาง
อังคาร 21 มีนาคม
Hoteru

      วันนี้ตอนเช้ากิจวัตรเหมือนทุกๆวัน รวมตัวที่โรงอาหาร กินข้าว เรียนภาษาญี่ปุ่น 3 ชั่วโมง ตอนบ่ายไปร้านทำกระดาษสาญี่ปุ่น ได้ทดลองทำด้วยตัวเองทุกคนเลย หลังจากนั้นก็กลับมาโรงเรียน เล่นเครื่องเล่นเด็กที่อยู่ข้างโรงแรมกัน หนุกดี ลืมแก่กันไปเลย !!!

      ตกกลางคืน ทำแผลให้ลูกหมู แต่คราวนี้คิดว่าไม่ไหวแล้ว เห็นแผลมันเละมาก คาดว่าน่าจะต้องตัดขาทิ้ง (อ่ะๆ ล้อเล่นนน) เลยโทรเรียกอาจารย์ฮาชิโมโต้ แต่พี่แกไม่มาเอง ดันส่งนางพยาบาลประจำโรงเรียนมาทำแผลให้แทน รบกวนเค้ามากๆอ่ะ ก็ขอบคุณพี่พยาบาลมากนะครับที่ทำให้ลูกหมูไม่ต้องเสียสละขาทั้งสองข้างไป

วันที่สิบสองของการเดินทาง
พุธ 22 มีนาคม
Hoteru

       วันนี้พวกเราตื่นกันสายมาก ลงไปโรงอาหารเกือบจะปิดแล้ว ตอนเช้ามีเรียนภาษาญี่ปุ่น 1 คาบ แล้วก็มีเรียนการเขียนพู่กันอีก 2 ชั่วโมง ตอนแรกก็เห็นเขียนคันจิดีๆอยู่หรอก แต่ไหงหลังๆกลายเป็นวาดรูปเล่นซะแล้วล่ะครับ “น้องยู” แอบเห็นนะ !! อีกรายนึงก “พี่เต” อาจารย์เค้าก็บอกว่าหมึกถ้าเลอะเสื้อจะซักไม่ออก นี่พี่ท่านอยากลองว่าจริงมั๊ย เลยเอาหมึกไปเลอะเสื้อผ้าเล่นๆ แล้วตกลงซักออกมั๊ยครับนั่น เห็นซักอยู่ค่อนชั่วโมง

       ตอนบ่ายมีพิธีชงชา ได้ใส่กิโมโนกันทุกคนเลย รวมทั้งมีกิโมโนสำหรับผู้ชายด้วย แต่มีอยู่รายนึงบ่นอุบว่าตัวเองไม่ได้เลือกลายกิโมโนเลย เอาน่า “น้ำหอม” หยวนๆนะ ตอนอยู่ในพิธีชงชาต้องนั่งคุกเข่าลงไปบนขาเลยราวๆครึ่งชั่วโมง เล่นเอาเหน็บชากินไปตามๆกันทีเดียว

       ตกกลางคืน ในช่วงที่มาอยู่โรงแรม กิจกรรมก่อนนอนของพวกเราก็คือ การเล่นไพ่ ทำแผลให้ลูกหมูบ้างเป็นครั้งคราว(แล้วแต่ความเน่าของแผล555) ปาร์ตี้มาม่าและนั่งเม้าท์กัน

วันที่สิบสามของการเดินทาง
พฤหัสบดี 23 มีนาคม
Hoteru

       วันนี้ตอนเช้ามีเรียนตามปกติ ส่วนตอนบ่ายพวกเราจะไปปีนเขาที่ถ้ำ Ryuga Cave กัน ในการนี้มีอาจารย์วาดะกับอาจารย์สติเฟื่องไปด้วย หนทางจากโรงเรียนไปถ้ำต้องนั่งรถไกลไปประมาณชั่วโมงครึ่ง แถวๆถ้ำที่เราจะไปกันก็มีแนวภูเขาและถ้ำตามธรรมชาติอยู่มากมาย ทำให้อาจารย์วาดะขับรถลงผิดที่บ่อยๆทีเดียว เมื่อถึงที่หมายแล้วเจ้าหน้าที่ของถ้ำริวกะก็ให้เราเปลี่ยนรองเท้าเป็นบู้ต ใส่หมวกกันน็อกที่มีไฟฉายติดอยู่ และถุงมือ ทีนี้ก็พร้อมลุยได้แล้ว!!

       ในถ้ำนั้นแคบและมืดมาก ดังนั้นคนตัวไม่ค่อยเล็กอย่างอาจารย์วาดะและ “น้องหมินลี่” จึงได้แต่ชื่นชมกับทางเข้าปากถ้ำเท่านั้น นอกจากจะแคบจนต้องคลานและบิดเอวเข้าไปแล้ว ยังชื้นแฉะไปด้วยน้ำอีกด้วย บางพื้นที่ในถ้ำเป็นแอ่งน้ำ เจ้าหน้าที่ได้ให้ “หยอย” พิสูจน์ความลึกของน้ำ จู่ๆหยอยก็ตะโกนออกมาว่า โอ้ว!!! “mizu kutsu hairimasu = น้ำเข้ารองเท้า” เล่นเอาเจ้าหน้าญี่ปุ่นงงเป็นไก่ตาแตกกับภาษาญี่ปุ่นของหยอยเลยทีเดียว

      หลังจากที่พวกเราผ่านการผจญภัยในถ้ำนี้แล้ว แม้ว่าจะโทรมเลอะเทอะมอมแมม แต่พวกเราก็สนุกและได้สัมผัสกับความสวยงามของหินงอกหินย้อยภายในถ้ำ

      พอกลับมาโรงเรียนแล้ว อาจารย์ตะเกียบก็ให้พวกเราเคลียร์เสื้อผ้าและขยะ จัดห้องให้เรียบร้อย เนื่องจากพรุ่งนี้ต้องกลับไปอยู่หอพักอีกครั้ง วุ่นวายน่าดูเลย !!


วันที่สิบสี่ของการเดินทาง
ศุกร์ 24 มีนาคม
Dormitory

       วันนี้ท้องฟ้ามืดมน อาจารย์ตะเกียบอารมณ์ไม่ค่อยดี (บรรยากาศมาคุ !!) เนื่องจากปกติจะมีรถบัสของโรงเรียนมารอรับพวกเราไปที่ Ryu Campus แต่วันนี้ไม่มี อาจารย์ฮาชิก็เลยต้องโทรไปเรียกคนอื่นมาขับรถส่งพวกเราแทน เลยทำให้ไปโรงเรียนสายเลย เช้านี้มีเรียนภาษาญี่ปุ่นและวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นการทดลองการตรวจหาคราบเลือดโดยใช้สาร Luminol ตามแบบที่เคยเห็นในนิยายนักสืบ ผลปรากฏบวกจะเห็นเป็นการเรืองแสงสีฟ้าเขียวขึ้นมา สวยงามมาก

       ตอนบ่ายมีเรียนอาคิโด้ หลังจากนั้นจึงรีบกลับโรงแรมเพื่อเอาของไปที่หอพัก “ผู้เขียน” ก็ยังงงๆว่าเค้าให้เรากลับมาอยู่หออีกทำไม เนื่องจากตอนนี้ไม่มีเด็กนักเรียนอยู่แล้ว พวกเราไทยจิ้นจึงอยู่กันเอง เรียกว่าเป็นเจ้าของหอพักเลย

วันที่สิบห้าของการเดินทาง
เสาร์ 25 มีนาคม
Dormitory


      วันนี้ต้องตื่นเช้ากว่าปกติ เนื่องจากต้องเดินทางไปยังโรงเรียนทำอุด้งซึ่งอยู่ไกลมาก ตอนเช้าโรงอาหารยังไม่เปิดดีเท่าไหร่เลย แต่พวกเราก็ต้องไปขอเค้ากินข้าวก่อนเพราะว่าต้องรีบไป (เกือบได้ช่วยแม่ครัวทำอาหารซะแล้ววว)

      เมื่อถึงโรงเรียนทำอุด้ง อาจารย์ที่สอนเค้าก็ให้เริ่มทำเลย โดยการเอาก้อนแป้งอุด้งมานวดโดยใช้มือและไม้นวด เสร็จแล้วก็พับและตัดเป็นเส้น ก่อนที่มันจะมาเป็นก้อนแป้งสี่เหลี่ยมๆนั้น มันมาจากผงแป้งอุด้งเอาใส่น้ำ น้ำตาล และเกลือนิดหน่อย เสร็จแล้วก็ผสมให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว ขั้นตอนต่อไปคือการนวดซึ่งต้องใช้แรงมหาศาล อาจารย์เค้าก็เลยให้ใส่ก้อนแป้งในถุงพลาสติก แล้วก็เหยียบย่ำโดยใช้ “เท้า” เป็นการนวดให้แป้งฟูและนุ่ม ขณะที่ย่ำนวดแป้งนี้ เค้าก็เปิดเพลงให้แดนซ์กันด้วย แหม !! “น้องแพร” ไม่บอกไม่รู้นะเนี่ยะว่าเป็นแดนซ์เซอร์เก่า เห็นเต้นเพลง Chicken Little ซะมันส์ขนาดนั้น

      หลังจากกินมื้อเที่ยงซึ่งเป็นอุด้งที่พวกเราทำกันเองแล้ว ก็ไปขึ้น Konpira Shire ซึ่งเป็นวัดบนภูเขา ทางขึ้นวัดมีบันไดทั้งหมด 650 ขั้น ทั้งสูงและชันมาก แต่ละคนขึ้นไปถึงข้างบนนี่หอบกันไม่เป็นท่าเลยและเหนื่อยมาก แต่ข้างบนก็สวยและเห็นวิวทั้งเมืองโคจิเลยทีเดียว ที่วัดนี้ก็มีขายเครื่องราง เรื่องขำๆมีอยู่ว่า “น้ำหอม” จะซื้อเครื่องราง “ได้แฟน” แต่คุณหนูเล่นอ่านป้ายคันจิท่าไหนไม่รู้ ไปซื้อเครื่องราง “ได้ลูก” มาแทน แถมยังอายไม่กล้าขอเค้าเปลี่ยนอีกนะ ร้อนรนถึงพี่เตต้องขอเปลี่ยนให้ คนขายเครื่องรางคงแอบขำในใจ

วันที่สิบหกของการเดินทาง
อาทิตย์ 26 มีนาคม
Dormitory


      วันนี้วันอาทิตย์ เลยตื่นสายได้ ตอนลงไปกินข้าวเช้านี่เรียกว่าเกือบต้องช่วยแม่ครัวเก็บกวาดโรงอาหารด้วย เพราะสายมากแล้ว (เค้าไม่ปิดโรงอาหารก็บุญแล้ว !!)

       วันนี้ free time ไม่มีอะไรทำ เลยกลับขึ้นหอมาซักผ้า ตอนสายๆลงไปเล่นเกมส์ “กุยช่าย” คล้ายๆดัชบอล โดยเอาหมอนใบเล็กๆหุ้มถุงพลาสติกมาปาเล่นกัน เล่นไปเล่นมาโอ้เอ้กันจนเที่ยง ก็กินข้าว กลับหอนอน ตอนเย็นลงมากินข้าวอีก สรุปแล้ววันนี้ไม่มีอะไรเลยนอกจากกินกับนอน


วันที่สิบเจ็ดของการเดินทาง
จันทร์ 27 มีนาคม
Dormitory


      ตอนเช้าวันนี้ พวกเรากลับไปโรงแรมกันเพื่อเปลี่ยนชุดเป็นไปรเวท ตอนสายๆเดินทางไป Kochi University of Technology เป็นมหาวิทยาลัยที่กว้างขวางและมีพื้นที่มาก ขนาดเปิดเป็นสวนสาธารณะได้เลยทีเดียว ขณะนี้ต้นซากุระเริ่มบานให้เห็นความสวยงามแล้ว ถือโอกาสชมดอกไม้และช็อปปิ้งกินมื้อเที่ยงตามข้างทางไปด้วยเลย

       ตอนบ่ายไป Anpanman Museum แหล่งรวมเรื่องราวเกี่ยวกับอังปังแมน ทั้งผู้แต่งเรื่องนี้ รูปภาพ การแสดงสำหรับเด็กๆ ร้านกิ๊ฟช็อปขายของอังปังแมนมากมาย เห็นมีแต่คุณพ่อคุณแม่พาลูกๆเล็กๆมากัน เราคงแก่กันเกินไปแล้ว


วันที่สิบแปดของการเดินทาง
อังคาร 28 มีนาคม
Dormitory


       วันนี้พิเศษกว่าทุกวัน คือได้แต่งตัวชุดนักเรียน เนื่องจากอาจารย์ฮาชิโมโต้นัดถ่ายรูปรวม


ตอนเช้ามีเรียนภาษาญี่ปุ่นตามปกติ หลังจากนั้นอาจารย์ฮาชิแจ้งให้ทราบเรื่องการไปอยู่ Home Stay ว่าใครไปอยู่กับใครบ้าง ตอนบ่ายกลับไปโรงแรมเพื่อเก็บของและเสื้อผ้าเตรียมไปอยู่โฮมสเตย์ 3 วัน



   
 
ผู้เขียน : นายวีระเกียรติ บุญกนกวงศ์
ชื่อเล่น : น้องเอ
การศึกษา: ชั้นปีที่ 3 คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้เข้าร่วมโครงการ Study in Japanese High School Program at Meitoku Gijuku Senior High School

 
เรื่องเล่าจากเกียวโต...โดยนนนี่
เรื่องเล่าจากเกียวโต (1)
เรื่องเล่าจากเกียวโต (2)
เรื่องเล่าจากเกียวโต (3)
เรื่องเล่าจากเกียวโต (4)
31 วันกับความผูกพันในญี่ปุ่น
และเมโตคุ...โดยน้องเอ

ความผูกพันในญี่ปุ่นและเมโตคุ (1)
ความผูกพันในญี่ปุ่นและเมโตคุ (2)
ความผูกพันในญี่ปุ่นและเมโตคุ (3)
Japan Guide...โดย อ. ชมนาด
 

 

Mainichi Academic Group
Copyright 2005 © Mainichi Academic Group & Mainichi Japanese Language Institute All Rights Reserved.